แยมแอปริคอต

แยมผลไม้เป็นของหวานที่หลายคนชื่นชอบ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูผลไม้และเบอร์รี่ แยมผลไม้ถือเป็นของหวานที่คงความสดใหม่ เบา และมีแคลอรี่ต่ำได้อย่างดีเยี่ยม วันนี้เราจะมาเรียนรู้สูตรทำแยมแอปริคอตแสนอร่อย พร้อมทั้งเคล็ดลับและเทคนิคการเก็บรักษาที่สำคัญกันค่ะ

แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 10
คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
0 กิโลแคลอรี
  • โปรตีน: 0 กรัม
  • ไขมัน: 0 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 0 กรัม
*คุณค่าทางโภชนาการคำนวณต่อส่วนผสม 100 กรัม
  • เวลาทั้งหมด:
  • ความซับซ้อน:
    การเตรียมนั้นง่ายและตรงไปตรงมา แต่ต้องอาศัยประสบการณ์บ้าง ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
  • จำนวนเสิร์ฟ: 30
สูตรอาหารพร้อมภาพประกอบทีละขั้นตอน
แยมแอปริคอต
วัตถุดิบ
จำนวนเสิร์ฟ
  • แอปริคอต
    660 จี
  • น้ำมะนาว
    30 จี
  • อะการ์-อะการ์
    6 จี
  • สารให้ความหวาน
    10 จี
การตระเตรียม

ขั้นตอนที่ 1
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 1

นำเมล็ดออกจากแอปริคอต จะได้แอปริคอต 660 กรัม หรือจะใช้ผลไม้บดสำหรับเด็ก 300 กรัมแทนก็ได้

ขั้นตอนที่ 2
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 2

เติมน้ำมะนาวลงในแอปริคอตที่ปอกเปลือกแล้ว

ขั้นตอนที่ 3
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 3

จากนั้น นำแอปริคอตไปปั่นในเครื่องปั่นจนเนียนละเอียด นำส่วนผสมใส่หม้อหุงช้า ตั้งเวลา 1 ชั่วโมง โดยใช้โหมด "Multi-Cook" ที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส

ที่อุณหภูมินี้ น้ำซุปข้นของเราจะไม่ไหม้ ไม่จำเป็นต้องคน และจะยังคงรักษาวิตามินไว้ได้มาก

ขั้นตอนที่ 4
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 4

หลังจากเคี่ยวจนงวดแล้ว คุณจะได้น้ำผลไม้บดประมาณ 450 กรัม หากคุณใช้น้ำผลไม้บดสำเร็จรูป ให้ข้ามขั้นตอนการเคี่ยวไป

ขั้นตอนที่ 5
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 5

จากนั้น กรองน้ำซอสที่ทำเสร็จแล้วผ่านตะแกรง เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนสม่ำเสมอยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 6
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 6

เติมผงวุ้นลงในน้ำซุปข้นที่เตรียมไว้แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นเติมสารให้ความหวาน คนให้เข้ากันอีกครั้ง และปล่อยทิ้งไว้ 10 นาทีจนกว่าผงวุ้นจะพองตัว

คุณสามารถเลือกใช้สารให้ความหวานตามความชอบ หรือจะใช้น้ำตาลทรายธรรมดาก็ได้

ขั้นตอนที่ 7
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 7

เตรียมแม่พิมพ์สำหรับทำแยมส้ม ทาแม่พิมพ์ด้วยน้ำมันอะไรก็ได้ หากต้องการทำแยมแบบชั้นบางๆ ให้ห่อก้นและด้านข้างของภาชนะด้วยฟิล์มถนอมอาหาร

ขั้นตอนที่ 8
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 8

นำน้ำซุปข้นไปตั้งไฟให้เดือด แล้วต้มต่ออีก 1-2 นาที

ขั้นตอนที่ 9
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 9

เทน้ำซุปข้นร้อนลงในแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ทันที คุณต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะวุ้นจะเริ่มแข็งตัวที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส

ขั้นตอนที่ 10
แยมแอปริคอต - ขั้นตอนที่ 10

ปล่อยให้แยมแข็งตัวแล้วจึงนำออกจากพิมพ์ ตัดแยมออกจากภาชนะเป็นรูปทรงต่างๆ หรือตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็ได้

คำแนะนำ

  • การเติมน้ำมะนาวจะช่วยรักษาสีสันสดใสสวยงามของแยมส้มไว้ได้แม้หลังจากต้มแล้ว
  • ถ้าไม่มีมะนาว คุณสามารถละลายกรดซิตริกในน้ำได้
  • แยมส้มสามารถทำได้โดยใช้เพคตินหรืออะการ์-อะการ์ก็ได้ โดยเพคตินจะทำให้แยมมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในขณะที่อะการ์-อะการ์จะช่วยรักษาสีสันให้เข้มข้นสวยงาม
  • เมื่อทำแยมเสร็จแล้ว สามารถคลุกกับน้ำตาล ถั่ว มะพร้าว หรือเกล็ดน้ำตาลได้ หรือจะจัดใส่กล่องสวยๆ เพื่อเป็นของขวัญก็ได้
  • ด้วยแยมส้มชนิดเดียวกันนี้ คุณสามารถตกแต่งเค้กของคุณได้อย่างง่ายดาย ในแบบที่ไม่ซ้ำใครและมีสไตล์

พื้นที่จัดเก็บ

แยมส้มสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็งก็ได้ โดยควรบรรจุแยมลงในภาชนะที่มีฝาปิดสนิทหรือขวดแก้วที่มีฝาปิดแน่น และอย่าลืมคำนึงถึงกฎการเก็บรักษาและเลือกสถานที่เก็บแยมให้ห่างจากอาหารที่มีกลิ่นแรงด้วย


สูตรอาหารที่คล้ายกัน
  • 24 ชั่วโมง 30 นาที
  • 86.4 กิโลแคลอรี
  • 2751
แยมรูบาร์บ - ภาพ
  • 2 ชั่วโมง 15 นาที
  • 44.4 กิโลแคลอรี
  • 1173
ไอศกรีมนมข้นหวาน - ภาพ
  • 3 ชั่วโมง 20 นาที
  • 192 กิโลแคลอรี
  • 1201
ไอศกรีมรสแอปเปิ้ล - ภาพ
  • 8 ชั่วโมง
  • 121.2 กิโลแคลอรี
  • 2460
ไอศกรีมมะนาวโฮมเมด - ภาพ
  • 10 ชั่วโมง
  • 92.9 กิโลแคลอรี
  • 585
ไอศกรีมวีแกน - ภาพ
  • 5 ชั่วโมง
  • 109.2 กิโลแคลอรี
  • 2062
หมวดหมู่สูตรอาหาร
เพิ่มความคิดเห็น

เค้กฟองน้ำ

คัพเค้ก

แยมส้ม